Logo-Design-Inspiration-2018-recommend

วิธีหาแรงบันดาลใจในการออกแบบโลโก้

Logo-Design-Inspiration-2018-recommend

การสร้างงานชิ้นใหม่ที่ต้องใช้ความคิดเยอะๆ แบบการออกแบบโลโก้ เรื่องของการหาแรงบันดาลใจนับเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก การทำงานประเภทนี้หัวใจหลักก็คือคนทำทุกคนต้องการให้ออกมาดีที่สุดเนื่องจากโลโก้เปรียบได้กับตัวแทนขององค์กรนั้นๆ ถ้าหากโลโก้ดีหมายถึงองค์กรก็ถูกจดจำได้ง่ายมากขึ้น บางครั้งเราจะเห็นโลโก้บางอย่างใช้งานกันข้ามทศวรรษยังมี ดังนั้นการพยายามหาแรงบันดาลใจเกี่ยวกับการออกแบบจึงถือว่าสำคัญมากๆ วิธีหาแรงบันดาลใจในการออกแบบโลโก้เราจึงสามารถทำได้ ดังนี้

วิธีสำหรับการหาแรงบันดาลใจในการออกแบบโลโก้

  1. การค้นหาบนโลกอินเตอร์เน็ต – ทุกวันนี้อินเตอร์เน็ตกลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิตคนเราไปเรียบร้อยแล้ว เราสามารถเปิดโลกกว้างได้ง่ายๆ เพียงแค่กดเข้าไปยังเว็บไซต์ต่างๆ นั่นหมายถึงว่าเราสามารถหาแรงบันดาลใจในการทำโลโก้ดีๆ บนโลกออนไลน์ได้มากมาย แต่สิ่งสำคัญคือต้องไม่ใช่การก็อปปี้เด็ดขาด
  2. สอบถามไอเดียจากผู้จ้างให้เคลียร์ – ผู้จ้างให้ออกแบบโลโก้คือคนที่จะมีแนวความคิดเกี่ยวกับโลโก้นั้นๆ อยู่ในหัวมากที่สุด การสอบถามไอเดียหรือจุดประสงค์ของโลโก้ว่าต้องการให้เป็นเช่นไรจะช่วยให้เราค้นหาแรงบันดาลใจสำหรับการสร้างงานออกมาได้ดีแถมยังตรงกับความต้องการของผู้จ้างอีกด้วย
  3. มองสิ่งรอบตัวให้มากๆ – หลายคนคิดไอเดียการออกแบบโลโก้ดีๆ ได้จากการพบเจอสิ่งต่างๆ รอบตัว เช่น ผลไม้, อาหาร, สัตว์ เป็นต้น เมื่อนำมาบวกรวมกับสิ่งที่ลูกค้าบรีฟงานมาให้มันดันเข้ากันได้อย่างพอดิบพอดี การมองไปรอบๆ ตัวเพื่อสร้างแรงบันดาลใจจึงเป็นอีกทีเด็ดสำคัญในการออกแบบโลโก้
  4. ลองใช้ไอเดียเก่าๆ ที่ลูกค้าไม่อนุมัติมาคิดเพิ่ม – นักออกแบบโลโก้ทุกคนคงต้องเคยส่งงานแล้วโดนลูกค้าปฏิเสธกลับมาแน่นอน หากเรายังคิดไม่ออกว่าจะใช้ไอเดียในการออกแบบอย่างไรลองเอาแนวคิดเก่าๆ เหล่านั้นมานั่งมองพร้อมสร้างแรงบันดาลใจไปด้วยจะทำให้คิดงานใหม่ออกได้ง่ายมากขึ้นกว่าเดิมเยอะเลย
  5. การพูดคุยกับผู้อื่น – หากสมองเรายังตันเรื่องการหาแรงบันดาลใจในการออกแบบโลโก้ยังไงให้โดน ลองเอาเรื่องเหล่านี้ไปพูดคุยกับคนสนิทๆ ของเรา เช่น เพื่อน, พ่อแม่, ญาติพี่น้อง, แฟน ฯลฯ บางทีคนเหล่านี้อาจนำเสนอไอเดียที่เราคาดไม่ถึงจนเก็บมาทำงานให้ผ่านได้ด้วยดีชนิดไม่มีแก้อีกต่างหาก

การสร้างแรงบันดาลใจสำหรับงานออกแบบโลโก้จะว่ายากมันก็ยากจะง่ายมันก็ไม่เชิง ขึ้นอยู่กับจังหวะและปัจจัยหลายด้าน แต่การนำเอาแนวทางเหล่านี้ไปสร้างแรงบันดาลใจถือว่าช่วยได้เหมือนกัน

colour

เทรนด์สีในการออกแบบ 4 สีประจำปี 2018/2019

แต่ละปีมักมีเทรนด์เรื่องต่างๆ เกิดขึ้นตลอดเวลาขึ้นอยู่กับว่าเรื่องราวเหล่านั้นเกี่ยวข้องกับอะไร เรื่องของเทรนด์สีเองในทุกๆ ปีใครที่คร่ำหวอดในวงการนี้คงไม่แปลกหากจะรอคอยว่าเทรนด์สีมาใหม่คือสีอะไร สำหรับปี 2018/2019 นี้ด้านของนิปปอนเพนต์ได้มีการประกาศโทนสีจากการร่วมกันของบรรดานักออกแบบกว่า 60 ชีวิตทั่วเอเชีย และ Color Hive คัลเลอร์ฟอร์แคสเตอร์ ลอนดอน อังกฤษ ก็ช่วยกันระดมความคิดเต็มที่ โดยเทรนด์สี 2018/2019 จะประกอบไปด้วย 4 สี

เทรนด์ 4 สีในการออกแบบประจำปี 2018/2019

Nippon-Paint-Trend-Beyond-Colour

  1. Transient Glow – นี่คือโทนสีแห่งจินตนาการบวกกับความเหนือจริงของสีสันแสนสะดุดตา ทุกสีในโทนนี้เน้นการสร้างความเคลื่อนไหวที่แอบซ่อนอยู่เพื่อต้องการดึงผู้พบเห็นทุกคนให้ลองมาค้นหาด้วยตาของตนเอง มีความซ้อนทับความโปร่งใส มีการตกกระทบของแสงแปรเปลี่ยนเป็นโทนสีอันน่าสนใจ พอนำโทนสีที่ได้มาผสมผสานกับงานออกแบบต่างๆ จึงก่อให้เกิดผลงานสุดหลงใหล ให้ความรู้สึกด้านบวก กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ต่อคนที่ได้เห็นอย่างดีเยี่ยม
  2. Conscious Being – ยุคนี้คือยุคแห่งเทคโนโลยีขนานแท้ มนุษย์กับหุ่นยนต์เริ่มจะใกล้กันมากไปทุกที วิวัฒนาการหรือความตื่นเต้นจากธรรมชาติค่อยๆ เข้ามาแทนที่ สิ่งต่างๆ ที่กล่าวทั้งหมดก่อให้เกิดโทนสีซึ่งแทนตัวผู้คนในยุคดิจิตอลได้อย่างยอดเยี่ยม เป็นโทนสีเมื่อใครได้พบเจอต้องสัมผัสได้ถึงพลังของอนาคตมาพร้อมความรู้สึกสุขุม แต่ก็ยังคงให้ความรู้สึกน่าตื่นเต้นและคาดไม่ถึงได้เหมือนกัน
  3. Essential Balance – เป็นโทนสีเน้นความรู้สึกแสนสงบซึ่งคนในเมืองจำนวนมากต่างต้องการพบเจอกับความรู้สึกแบบนี้ เน้นความเรียบง่ายผสมผสานกับอารมณ์จากธรรมชาติได้แบบลงตัวนั่นคือตัวแทนของเทรนด์สีประเภทนี้ คนที่พบเห็นจะสัมผัสได้ถึงความหรูหรา สมดุล อบอุ่น แถมยังรู้สึกถึงพลังที่ตนเองกำลังได้รับเพื่อฟื้นฟูสภาพต่างๆ ภายในร่างกายและจิตใจจากมองเห็นเทรนด์สีนี้ด้วย
  4. Seeking Adventure – เป็นโทนสีสร้างประสบการณ์ด้านการผจญภัยให้กับทุกๆ คนที่พบเจอ ทุกสีของเทรนด์นี้จะเน้นเรื่องความน่าตื่นเต้นต่อการผจญภัยในทุกด้าน อาทิ สีน้ำเงินเข้มจากใต้ท้องทะเลลึก นอกจากจะรู้สึกว่ามันน่าสนใจแล้วยังช่วยให้รู้สึกถึงการผจญภัยใต้ท้องทะเล หรือสีแดงสีแห่งการผจญภัยแต่ละเฉดนับเป็นตัวกระตุ้นอารมณ์ด้านความน่าตื่นเต้นของร่างกาย ดูสะดุดตาทุกครั้งที่พบเจอ

นี่เป็นโทนสีของเทรนด์ปี 2018/2019 ซึ่งจะช่วยให้นักออกแบบทุกคนได้มุมมองความคิดใหม่ๆ ในการนำไปสร้างงานต่อได้อย่างแน่นอน รับรองว่าหลายคนมีโอกาสได้เดินออกมาจากภาพเดิมของตนเอง

fire Photoshop

การแต่งภาพกราฟิกให้มีเปลวไฟ ใน Photoshop

fire Photoshop

โปรแกรมแต่งภาพอย่าง Photoshop ถือเป็นโปรแกรมพื้นฐานที่คนทำงานกราฟิกทุกคนต้องรู้จักกันอย่างดี แต่คำว่ารู้จักในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะสามารถทำงานออกมาได้ในทุกรูปแบบเสมอไป มันขึ้นอยู่กับการเรียนรู้ของแต่ละบุคคลว่ามีความเชี่ยวชาญ ถนัดในด้านการตกแต่งภาพประเภทไหนเพื่อให้งานออกมาในสไตล์ของตนเองมากที่สุด ใครก็ตามหากกำลังมองหาวิธีแต่งภาพกราฟิกให้เกิดเป็นรูปเปลวไฟในโปรแกรม Photoshop ลองมาศึกษาการทำดูเผื่อเอาไว้ใช้เป็นไอเดียดีๆ ในการทำงานกันต่อไป

วิธีแต่งภาพกราฟิกให้มีเปลวไฟใน Photoshop

  1. ให้เลือกสร้างไฟล์ใหม่ขึ้นมาจะเป็นขนาดใดก็ได้ตามแต่คนทำเป็นผู้กำหนด ภาพที่ใช้ก็คือภาพที่ต้องการให้แต่งเป็นรูปเปลวไฟ
  2. ใส่ Fill สีดำเพื่อทำให้พื้นกลายเป็นสีดำ ทำการสร้าง Layer ใหม่ขึ้นมาจากนั้นเลือกไปตรงอุปกรณ์ชื่อ Piantbrushes หรือแปรงพู่กัน กดมาที่ Window – Show Brushes
  3. ให้เลือกหัวแปลงวงกลมที่เป็นตัวเบลอ ให้ทำการวาดเป็นรูปต่างๆ แต่ต้องมีการกำหนด Foregrund ให้เป็นสีขาวด้วย
  4. เมื่อทำจนเสร็จให้ดึงกลับมาใส่ใน Layer 1 เลือกตรง Image – Rotate Canvas – 90? CW พอ Layer เกิดการพลิกแล้วให้มายัง Filter – Stylize – Wind เลือกปรับค่า Method = Wind Direction = From the right
  5. เมื่อทำตามขั้นตอน 4 เรียบร้อยให้นำ Layer 1 พลิกกลับเหมือนเดิมโดยการกด Image – Rotate Canvas – 90? CW
  6. สร้าง Layer 1 ให้เหมือนกับว่ามีความบิดเบี้ยวคล้ายเปลวไฟที่ลุกโชติช่วงออกมากดเลือก Filter – Distort – Ripple ทำการปรับค่า Amount = 100 Size = Medium เมื่อทำเสร็จสิ้นจะเป็นเหมือนว่าภาพมีเปลวไฟออกมาให้ได้รู้สึก
  7. สำหรับความต้องการให้เหมือนว่ามีเปลวไฟมากขึ้นกว่าเดิมจริงๆ ให้กดเลือกมายัง
  • Image – Mond – Grayscale ทำการ Flatten คือการรวม Layer
  • Image – Mond – Indexed Color
  • Image – Mond – Color Table, Table = Black Body

เมื่อทำทุกขั้นตอนเสร็จสิ้นแล้วภาพเปลวไฟตามต้องการด้วยขั้นตอนการทำจากโปรแกรมอย่าง Photoshop ก็สำเร็จเสร็จสิ้นอย่างไม่ยากเย็นคนที่มีพื้นฐานการใช้งานโปรแกรมนี้อยู่แล้วจึงไม่น่ามีปัญหาเมื่อได้ศึกษาอย่างเข้าใจ

ตอนนี้การทำภาพออกมาให้มีลักษณะเป็นเปลวไฟกำลังได้รับความนิยม เป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมากโดยเฉพาะบรรดาเสื้อผ้าลายไฟทั้งหลาย ใครยังไม่มีความรู้เรื่องการทำเปลวไฟแบบง่ายๆ ด้วย Photoshop ก็สามารถเรียนรู้ผ่านขั้นตอนต่างๆ ที่ได้อธิบายไว้ได้อย่างง่ายดาย แล้วการทำเปลวไฟของคุณจะเป็นเรื่องสบายมือแบบไม่ต้องคิดมากแถมยังได้มีโอกาสสร้างความรู้ใหม่ๆ ขึ้นอีกหลายเท่าจากสิ่งเดิมที่ตนเองมีอยู่

Dispersion-effect-photoshop

การแต่งภาพกราฟิกแบบ DISPERSION

Dispersion-effect-photoshop
การแต่งภาพงานกราฟิกเปรียบเสมือนลูกเล่นอันแสนสนุกสนานของนักทำงานทุกคน ยิ่งมีการสร้างลูกเล่นใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นกับตนเองได้มากเท่าไหร่มันยิ่งเหมือนเป็นการช่วยให้สร้างความรู้ ประสบการณ์การทำงานให้กับตนเองมากขึ้นเท่านั้น สำหรับใครยังคงต้องการความรู้เกี่ยวกับการแต่งภาพกราฟิกแบบ DISPERSION สามารถเข้ามาหาข้อมูลได้เลย แต่ก่อนอื่นขอทำความเข้าใจกับการแต่งภาพแบบนี้กันก่อน

การแต่งภาพกราฟิกแบบ DISPERSION คืออะไร

จริงแล้ว DISPERSION ถือเป็นเอฟเฟคชนิดหนึ่งที่สร้างสรรค์รูปออกมาให้เป็นเหมือนควันแบบเดียวกับหมอกควันที่ลอยฟุ้ง ไม่ก็การทำตัวเนื้องานให้แหลกสลายกลายเป็นฝุ่นควันไป การทำ DISPERSION ส่วนใหญ่แล้วเราจะเลือกทำผ่าน Adobe Photoshop และจะขอแนะนำวิธีการทำกราฟิกแบบ DISPERSION ผ่าน Photoshop Cs 6 ให้ได้เข้าใจกันง่ายๆ

  1. เลือกเปิดไฟล์รูปภาพต้องการทำ DISPERSION ขึ้นมา ใช้คำสั่ง File Open คัดลอกเลเยอร์พื้นหลัง เพื่อให้ได้ Background Copy เพิ่มขึ้นมาในส่วนของเลเยอร์
  2. สร้างเลเยอร์ Background Copy 2 ขึ้นมาอีกอัน คลิกเลเยอร์ Background Copy เลือก Lasso Tool ลากเส้นรอบรูปต้องการแต่ง
  3. คลิกขวาคำสั่ง Fill ตั้งค่า Content Use : Content Aware Mode : Normal Opacity : 100% กด OK คลิกซ่อนปิดเลเยอร์ Background Copy 2 คลิก Lasso Tool อีกครั้ง
  4. กดเปิดตาที่ Background Copy 2 แล้วเลือกเมาส์มาวางยังตำแหน่ง Background Copy 2 กด Quick Selection Tool เลือกพื้นที่โดยรอบวัตถุ
  5. เลือก Refine Edge เพื่อปรับแต่งขอบเมื่อเรียบร้อยกด OK คลิกขวาเลือก Layer Via Copy คัดลอกงานมายังเลเยอร์ 1
  6. เลือกเลเยอร์ 1 คลิกขวาตรง Duplicate Layer กด OK ทำการคัดลอกเลเยอร์ 1 โดยเลื่อนมายังเลเยอร์ 1 แล้วใช้ Move Tool ในการย้ายวัตถุ
  7. เลือก Filter ใน Menu Bar กด Luquify ปรับ Brush Size ให้สูงเกิน 500 ขึ้นไป จากนั้นปรับภาพความพลิ้วไหวตามใจชอบเสร็จกด OK
  8. คลิกเลเยอร์ 1 ตามด้วย Add Layer Mask ทำการ Set Background Color ด้วยการเลือกสีดำ ใช้ Paint Bucket Tool เทสีพื้นหลัง ทำให้พื้นเป็นสีดำใน Layer Mask
  9. กด Layer 1 Copy เลือก Add Layer Mask กด Set Background Color สีดำ เลือก Paint Brush Tool กดเลือกขนาดพู่กันตามต้องการของควันด้วยการเปิด Panel Brush แล้วเลือก Brush Tip Shap ทำการปรับแต่งรูปทรง ทิศทางหัวแปรง ปรับขนาด ลายเส้น ให้เหมือนควันลอยในอากาศ ปิดตาที่ Background Copy 2 เพื่อซ่อนเลเยอร์ ขณะปรับแต่ง
  10. เลื่อนเมาส์คลิก Layer 1 Mask เปลี่ยนสี Set Foreground Color ให้เป็นสีขาว ใช้ Paint Brush Tool แต่งภาพควันเท่านี้ก็ได้ภาพตามต้องการแล้ว

ขั้นตอนอาจจะซับซ้อนไปบ้างแต่เชื่อว่าถ้าหัดทำกันบ่อยๆ มันไม่ใช่เรื่องยากแน่นอนแถมยังได้เทคนิคใหม่ๆ สำหรับการทำงานกราฟิกอีกด้วย ใครสนใจลองเอาไปใช้กันได้เลยรับรองโดนใจ

Adobe-Flash-Player-Progarm

รีวิวโปรแกรมสร้างการ์ตูนแอนิเมชัน Adobe Flash

Adobe-Flash-Player-Progarm

การสร้างงานการ์ตูนประเภทแอนิเมชันถือว่าเป็นการทำงานประเภทหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบันนี้ ส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่าการทำการ์ตูนแอนิเมชันเป็นเรื่องที่ง่ายกว่าสมัยก่อนมากเนื่องจากสมัยนี้มีโปรแกรมต่างๆ ที่ช่วยทำให้งานด้านแอนิเมชันเป็นเรื่องง่ายขึ้นเยอะ ส่วนหนึ่งก็คือโปรแกรมเหล่านี้ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบสนองการทำงานให้รวดเร็ว สะดวกสบาย และทันสมัยมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม หนึ่งในโปรแกรมที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในการนำมาสร้างการ์ตูนแอนิเมชันก็คือ Adobe Flash สุดยอดโปรแกรมที่หากใครได้ลองใช้ต่างก็ต้องประทับใจไปกับตัวโปรแกรมอย่างแน่นอน

รีวิว Adobe Flash สุดยอดโปรแกรมสร้างการ์ตูนแอนิเมชันชั้นเยี่ยม

หากคุณคือคนหนึ่งที่รักการวาดการ์ตูน นิยมการสร้างงานแนวแอนิเมชันออกมาสิ่งที่ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่งก็คือโปรแกรมสร้างงานแอนิเมชันชั้นดีที่จะทำให้การสร้างงานของคุณเป็นเรื่องง่ายยิ่งกว่าเดิม โปรแกรมที่ว่านี้ก็คือ Adobe Flash นี่เป็นโปรแกรมที่ถูกพัฒนาขึ้นมาในรูปแบบของ CC ถือว่าเป็นเวอร์ชั่นในชุดของ Adobe Creative Cloud ซึ่งก็คือโปรแกรมสำหรับการสร้างภาพเคลื่อนไหวเป็นโปรแกรมที่นักทำแอนิเมชันต้องเคยใช้งานอย่างแน่นอน หรือแม้แต่คนที่เรียนใกล้เคียงกับด้านนี้ก็ต้องเคยสัมผัสกันมาบ้างไม่มากก็น้อย โปรแกรมดังกล่าวจะมีฟังก์ชั่นหนึ่งที่หากใครเคยใช้ต้องพอได้ยินชื่อมาบ้าง เพราะว่าเป็นฟังก์ชั่นที่ช่วยย่นระยะเวลาการวาดรูปได้เป็นอย่างดี ฟังก์ชั่นที่ว่านี้มีชื่อว่า Shape Tween เป็นฟังก์ชั่นที่ช่วยให้รูปซึ่งเราตั้งเอาไว้เฟรมแรกค่อยๆ กลายเป็นอีกรูปในเฟรมถัดไปที่ได้ใส่เอาไว้ อารมณ์แบบแปลงกันเห็นๆ ไปเลยนี่เอง สามารถเห็นได้จากภาพยนตร์หลายเรื่องที่ทำตัวอักษรตัวหนึ่งให้กลายเป็นอีกตัวหรือว่าเป็นอีกรูปไปเลย ส่วนเรื่องของการใช้งานโปรแกรม Adobe Flash จะสามารถทำงานแบบเฟรมต่อเฟรมที่ต้องยอมรับว่ามีความละเอียดสูงมาก สมมุติว่าใครต้องการสร้างภาพยนตร์เคลื่อนไหวของเด็กขายคนหนึ่งกำลังเดินอยู่จะต้องสร้างกันตั้งแต่แขนซ้าย แขนขวา ขาซ้าย ขาขวา ไปจนถึงทุกๆ สัดส่วนของร่างกายคนๆ หนึ่ง

นอกจากนี้ยังสามารถสร้างเลเยอร์ได้มากกว่าหนึ่งเลเยอร์ภายในผลงานเดียว เช่น เลเยอร์แรกให้เป็นถนนแห่งหนึ่งมีแอ่งน้ำ ต้นไม้ ดอกไม้ข้างทางที่กำลังพัดก็อยู่ ส่วนเลเยอร์สองเป็นเด็กชายกำลังเดิน เลเยอร์สามเป็นท้องฟ้าที่กำลังเคลื่อนตัวไปเรื่อยๆ ทำนองว่าแต่ละเลเยอร์สามารถสร้างผลงานที่เหมือนหรือแตกต่างกันให้เห็นภาพอย่างชัดเจนได้เลย ถือว่าเป็นโปรแกรมที่มีความน่าสนใจและเหมาะสำหรับคนที่กำลังมองหาโปรแกรมเพื่อสร้างงานแอนิเมชันชั้นดีเป็นอย่างมาก หากใครยังหาไม่เจอ Adobe Flash จะเป็นคำตอบชั้นดีให้กับคุณได้อย่างแน่นอน

Graphics_app_free

3 แอพฯ ฟรีที่คนเรียน Graphic Design ควรมีติดเครื่อง

สำหรับคนที่มีความสนใจเรียนเกี่ยวกับกราฟิกดีไซน์หรือคนที่ชื่นชอบการเรียนประเภทออกแบบงานต่างๆ ด้วยคอมพิวเตอร์ นอกจากเรื่องของทักษะ ความคิดสร้างสรรค์ และความสามารถที่ตนเองมีแล้ว ตัวช่วยอย่างโปรแกรมทำงานหรือแอพฯ ต่างๆ ก็เป็นสิ่งสำคัญไม่น้อยในการที่จะทำให้คนเรียนด้านนี้ประสบความสำเร็จ อย่าลืมว่าการทำงานหรือการสร้างงานที่ดีองค์ประกอบทุกอย่างต้องลงตัวเพื่อให้งานออกมาได้เต็มประสิทธิภาพมากที่สุด ดังนั้นการทำงานด้านกราฟิกดีไซน์จึงจำเป็นต้องมีแอพฯ ดีไว้คอยช่วยเหลือ และใครก็ตามที่กำลังเรียนด้านกราฟิกดีไซน์ต้องไม่พลาดกับการใช้งาน 3 แอพฯ นี้และที่สำคัญควรมีติดเครื่องเอาไว้ด้วย

3 แอพฯ ที่คนเรียนกราฟิกดีไซน์ควรมีติดเครื่องเอาไว้ ที่สำคัญฟรีด้วย

  1. Pinterest – สำหรับคนที่พึ่งเริ่มต้นเรียนกราฟิกดีไซน์ใหม่ๆ อาจยังคิดไม่ออกว่าควรเริ่มต้นการออกแบบอย่างไรดี แอพฯ อย่าง Pinterest ถือว่าเป็นแอพฯ รวมชิ้นงานเอาไว้ได้อย่างหลากหลายจากเหล่าบรรดากราฟิกดีไซน์เนอร์ทั่วโลกมาให้ทุกๆ คนได้ดูเอาไว้เป็นแนวคิดดีๆ ช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการทำงานด้านกราฟิกดีไซน์ได้อีกหลายเท่าตัว หากวันไหนคิดงานไม่ออกลองเข้าไปในเว็บนี้ได้เลยรับรองว่าจะได้อะไรดีๆ กลับมาแน่นอน ใครยังไม่มีก็อย่าลืมไปโหลดติดเครื่องกันเอาไว้
  2. Adobe Illustrator Draw – ทางเลือกดีๆ สำหรับการรังสรรค์ผลงานเวทเตอร์ ทาง Adobe ได้มีการสร้างแอพฯ นี้ขึ้นมาเพื่อคนผู้มีความต้องการสร้างงานจากมือถือหรือแท็บเล็ต แม้จะไม่ได้มีความครบครันเหมือนกับตัวที่ใช้งานกันอยู่ในคอมพิวเตอร์ แต่แค่พื้นฐานอย่างการมีหัวบรัชให้เลือก 5 แบบ ก็พอจะทำให้เราสามารถสร้างงานได้ทันทีแบบไม่ต้องกลับไปนั่งทำในคอมพิวเตอร์ ปรับค่าขนาด ความโปร่งแสงของหัวบรัช รองรับการทำงานระบบเลเยอร์ เอารูปจาก Adobe Stoock, Lightroom, Capture CC ให้มาเข้าร่วมด้วยก็ได้ ใช้ Trace, Stamp ให้เป็นเวทเตอร์ใช้งานต่อก็ทำได้แบบสบายๆ ถือเป็นอีกแอพฯ ที่ห้ามพลาดมีเก็บไว้
  3. Adobe Kuler & Colour Reference – Adobe Kuler แอพฯ นี้เป็นแอพฯ บน I-Phone จะช่วยในเรื่องการวิเคราะห์สีของภาพที่ถ่ายออกมาให้เป็น 5 เฉด หรือเลือกภาพในอัลบั้มมาวิเคราะห์ก็ไม่ใช่เรื่องยาก หากได้สีที่ถูกใจเมื่อไหร่ก็บันทึกเก็บไว้ได้เลย หรือต้องการส่งต่อไปยังโปรแกรมอื่นของ Adobe เพื่อทำให้งานออกมาเป็นแนวอื่นต่อก็จัดการได้ ส่วน Colour Reference ก็เป็นแอพฯ ในลักษณะเดียวกันแต่คนที่ใช้งานมือถือประเภทแอนดรอยด์จะสามารถใช้งานแอพฯ นี้ได้อย่างสบายๆ ไม่ต้องคิดมากว่าจะไม่มีใช้
Vector_Graphics_fsclc

ลักษณะของ Vector Graphics

ประเภทของภาพกราฟิก

ภาพกราฟิกในคอมพิวเตอร์สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทได้แก่

1.ภาพเวคเตอร์ (Vector) โดยรวมแล้วจะเป็นภาพประกอบด้วยเส้นลักษณะในรูปทรงต่างๆ เช่น รูปทรงของเลขาคณิต จะถูกจัดเก็บอยู่ในคำสั่งของโปรแกรมอีกทั้งค่าตัวเลข เวลาทำการแสดงผลจะมีการคำนวณก่อนทุกๆ ครั้ง ทำให้ภาพ มีความคมชัดสวยงามและไม่แตก
2.ภาพบิตแมป (Bitmap) เกิดจากจุดสีขนาดเล็กจำนวนมากเรียงตัวกันในรูปแบบ pixel โดยในแต่ละภาพก็มีค่าและขนาดของรูปภาพที่แน่นอน ถ้ามีการขยายเพิ่มมากขึ้นจนเกินไปจะทำให้มองเห็นเป็น รูปภาพแตกอย่างชัดเจน

ภาพแบบเวกเตอร์ หรือ Object-Oriented Graphics เป็นการสร้างรูปภาพจากคอมพิวเตอร์ โดยมีการสร้างให้แต่ละส่วนของภาพนั้นเป็นอิสระต่อกัน โดยชิ้นส่วนของภาพทั้งหมดสามารถแยกออกเป็นเส้นตรง รูปทรง หรือ ส่วนโค้ง  ต่างๆ ต้องมีสีและตำแหน่งของสีอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเคลื่อนย้ายรูปภาพ หรือย่อ – ขยายขนาดภาพ ก็จะไม่เสียรูปทรง และภาพไม่แตก ทำให้ภาพมีความชัดเจนเหมือนเดิม จึงเหมาะกับการนำไปใช้ในสิ่งพิมพ์หลายขนาด  โดยสิ่งพิมพ์ที่นิยมเอา Vector มาใช้ เช่น ในงานโฆษณา งาน Poster Banner เป็นต้น และในอินเตอร์เน็ตสมัยนี้ก็มีหลากหลายเว็บไซต์มากมายที่ให้คุณได้ดาวน์โหลด Vector ไปใช้กันอย่างฟรีๆ เลย

เว็บไซต์ที่มีให้โหลด Vector Graphics ไปใช้กันอย่างฟรีๆ

1.vecteezy

เป็นหนึ่งในเว็บไซต์ยอดนิยมสำหรับผู้ที่กำลังหาดาวน์โหลด Vector คุณภาพของไฟล์ก็มีความแตกต่างกันไป ต้องใช้เวลากับมันสักนิด แต่ก็เป็นอีกเว็บไซต์หนึ่งที่อัดแน่นไปด้วยคุณค่า รับรองว่าคุณจะได้ Vector Graphics ที่ตามหากลับไปแบบชัวร์ๆ

ดาวน์โหลด https://www.vecteezy.com/

2.freepik

เมื่อเข้าไปปุ๊บก็จะมีช่องค้นหาให้เหมือน google เลย ก็พิมพ์สิ่งที่ต้องการเข้าไปสักพักรูปที่เราต้องการก็จะปรากฏ เลือกรูปที่ถูกใจแล้วกดดาวน์โหลดได้เลย ภาพส่วนใหญ่ในเว็บนี้เป็นลักษณะไอคอน หรือภาพวัตถุเล็กๆ ที่สามารถเอาไปใช้เป็นองค์ประกอบของภาพได้อีกที หรือจะเอาไปทำไอคอนต่างๆ ก็ได้ตามความต้องการ

ดาวน์โหลด http://www.freepik.com/

vector_illiustor_fsclc

แนะนำ 5 เว็บไซต์แจกรูปสวยๆ และ Vector ฟรี

ในยุคสมัยนี้เราต่างต้องค้นคว้าหาข้อมูลในโลกของอินเตอร์เน็ตกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของข้อมูลต่างๆ หรือรูปภาพ เองก็ตาม รูปภาพที่ถูกอัพโหลดขึ้นอินเตอร์เน็ตนั้น บางรูปก็มีลิขสิทธิ์อยู่ ถ้าเราเอามาใช้โดยพละการ โดยไม่ขออนุญาตเจ้าของ หรือไม่จ่ายเงินค่าลิขสิทธิ์แล้วล่ะก็ เราอาจจะถูกดำเนินคดีได้ แต่มีข่าวดี คือบางเว็บไซต์แจกรูปสวยๆ และแจก Vector  ให้ไปใช้กันฟรีๆเลย แต่บางคนมีคำถามว่า Vector แVector เวลาเราย่อ ขยายรูปภาพ ความละเอียดจะไม่ลดลง จึงเหมาะกับการนำไปใช้ในสิ่งพิมพ์หลายขนาด  โดยสิ่งพิมพ์ที่นิยมเอาVector มาใช้ เช่น ในงานโฆษณา Poster Banner เป็นต้น เมื่อหมดคำถามแล้วเราก็ไปดูกันเลยว่ามีเว็บไหนบ้าง

1.pexels.com

การใช้งานของเว็บไซต์นี้ง่ายมาก สามารถตอบโจทย์คนที่กำลังตามหาภาพแบบเร่งด่วนมากๆ เพราะเพียงแค่กดค้นหาทีเดียวเจอภาพที่ต้องการอย่างแน่นอน จากค้นหาภาพจากคีย์เวิร์ดหรือแท็กที่เกี่ยวข้องนั่นเอง

2.the none project

เป็นอีกหนึ่งเว็บไซต์ รวมไอคอนทั้งสวยน่ารักๆ มารวมเข้าไว้ด้วยกัน แถมยังมีแบ่งปัน คือ ให้นักออกแบบหรือจะเป็นใครก็ได้ที่ออกแบบไอคอนไว้ มาแชร์แบ่งบันไอคอนให้คนอื่นได้ใช้บ้าง ซึ่งคุณสามารถดาวโหลดมาใช้ได้ฟรี หรือจะเลือกบริจาคเงินนิดหน่อย เพื่อเป็นกำลังใจให้กับนักออกแบบก็ได้

3.Freepix

Freepix เป็นเว็บไซต์รวบรวมรูปภาพ Vector ไฟล์ Photoshop รวมทั้ง Icon ฟรี โดยมีการอัพเดทไฟล์ใหม่ๆ ในทุกๆ วัน และทุกไฟล์นั้นออกแบบโดย Freepix เองด้วย เจ๋งใช่มั้ยล่ะ

4.StockSnap.io

เว็บไซต์นี้เป็นเว็บไซต์รวมรูปภาพสวยงามหลายๆ แบบเข้าไว้ด้วยกัน และเป็นภาพที่มีความละเอียดสูง ตัวเว็บไซต์ก็ใช้งานง่าย โดยคุณสามารถค้นหารูปภาพได้ทันที หรือจะดูรูปภาพยอดนิยมก็ได้อีกด้วย ทางเว็บไซต์มีการอัพเดทรูปใหม่ๆ เป็นจำนวนมากทุกสัปดาห์ ที่สำคัญคือคุณสามารถโหลดมาใช้ได้แบบฟรีๆ

5.imcreator

เว็บนี้จะเป็นเว็บให้บริการสร้างสำหรับเว็บไซต์สำเร็จรูป ซึ่งมีคลังรูปภาพ  icon Template ให้เราได้เลือกใช้งานกันฟรีๆ จุดเด่นของเว็บนี้คือ รูปภาพสวยและมีขนาดใหญ่ โดยส่วนใหญ่แล้วอนุญาตให้ใช้ในทางธุรกิจได้ สามารถแก้ไข ดัดแปลงได้ แต่บางรูปก็ไม่อนุญาต โดยในแต่ละภาพก็จะมีบอกเงื่อนไขบอกอยู่

adobe_illustrator_teach

แนะนำโปรแกรมสำหรับออกแบบกราฟิก

งานด้านกราฟิกทุกวันนี้ถือว่าเป็นงานที่ค่อนข้างได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ด้วยความที่การทำงานด้านกราฟิกถือว่าเป็นการทำงานที่ได้ใช้ความคิด ใช้สมองในการออกแบบสิ่งต่างๆ ได้คิดเรียนรู้อะไรใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา นี่จึงเป็นงานที่หลายคนหลงรักไปโดยปริยายที่สำคัญทุกวันนี้โปรแกรมที่ใช้สำหรับงานกราฟิกเองก็มีอยู่ด้วยกันมากมายขึ้นอยู่กับว่าใครจะเลือกใช้ หรือถนัดการใช้งานโปรแกรมประเภทไหน เพราะแต่ละโปรแกรมเองก็จะมีลูกเล่นเล็กๆ น้อยๆ ที่ต่างกันออกไปเพื่อให้ผู้ใช้งานได้สนุกสนานไปกับสิ่งเหล่านั้น โปรแกรมสำหรับออกแบบกราฟิกโปรแกรมหนึ่งที่ถือว่าได้รับความนิยมเป็นอย่างมากก็คือ โปรแกรม Adobe Illustrator

ทำความรู้จักกับโปรแกรม Adobe Illustrator

โปรแกรม Adobe Illustrator ถือว่าเป็นโปรแกรมสำหรับงานออกแบบกราฟิกที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก สามารถใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ เป็นโปรแกรมที่เอาไว้ใช้สำหรับการวาดภาพ การทำงานของ Adobe Illustrator คือจะทำการสร้างภาพที่มีลักษณะแบบลายเส้นอันเกิดจากการคำนวณทางคณิตศาสตร์ หรือที่เรียกกันให้เข้าใจง่ายๆ ว่า Vector Graphic ถือว่าเป็นโปรแกรมที่คนทำงานกราฟิกค่อนข้างนิยมใช้เป็นอย่างมาก สามารถทำงานได้หลากหลายเรียกว่างานใหญ่ๆ ระดับโลกโปรแกรมนี้ก็สามารถเนรมิตขึ้นมาได้

การใช้งานจากโปรแกรม Adobe Illustrator

โปรแกรม Adobe Illustrator สามารถเลือกใช้งานได้อย่างหลากหลายตามความต้องการของผู้ใช้โดยเราสามารถสร้างภาพทุกอย่างขึ้นมาได้แม้จุดเริ่มต้นจะเป็นแค่หน้ากระดาษขาวๆ ธรรมดาก็ตาม Adobe Illustrator จะมีทั้งปากกา ดินสอ พู่กัน รวมถึงอุปกรณ์วาดภาพในรูปแบบอื่นๆ เราสามารถเลือกใช้งานทั้งหมดนี้บนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ได้ลงโปรแกรมเอาไว้ การใช้งานของ Adobe Illustrator ทำให้เกิดเป็นงานในลักษณะต่างๆ ได้ดังนี้

1.งานสิ่งพิมพ์ – เราสามารถใช้โปรแกรม Adobe Illustrator สำหรับออกแบบงานสิ่งพิมพ์ชนิดต่างๆ ได้ไม่ว่าจะเป็น นามบัตร, โบชัวร์, หนังสือ, นิตยสาร, ป้ายไวนิล, การ์ดแต่งงาน และอื่นๆ อีกมากมาย

2.งานด้านกราฟิก – ไม่ว่าจะเป็นการสร้างภาพสามมิติ, ออกแบบทำปกหนังสือ, ออกแบบปกสกรีน CD

3.งานด้านทำการ์ตูน – ทุกวันนี้โปรแกรม Adobe Illustrator ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งในงานด้านการทำการ์ตูนเป็นอย่างมาก เหตุเพราะว่านี่คือ โปรแกรมที่เน้นในเรื่องของการใช้งานลายเส้นเป็นทุนเดิมอยู่ก่อนแล้วด้วย

4.งานด้านทำเว็บไซต์ – สามารถใช้โปรแกรม Adobe Illustrator ในการออกแบบเว็บไซต์ต่างๆ เพื่อให้เกิดความสวยงามได้ หรืองานด้านอื่นๆ บนอินเตอร์เน็ตก็สามารถใช้โปรแกรมนี้ในการสร้างสิ่งต่างๆ ได้ด้วยเช่นเดียวกัน

การใช้งาน Adobe Illustrator ถือว่าเป็นการใช้งานที่สามารถศึกษาได้อย่างหลากหลาย มีลูกเล่นต่างๆ มากมายสำหรับคนที่สนใจให้เลือกใช้งานได้อย่างอิสระ ทำให้โลกของการออกแบบเป็นโลกที่สนุกสนานอย่างไม่มีหยุดยั้ง