Course Design Banner

การออกแบบโลโก้ ให้ถูกหลักตามฮวงจุ้ย

Course Design Banner

โลโก้ สัญลักษณ์ ป้าย แบรนด์ มีความสำคัญอย่างมากต่อการดำเนินธุรกิจ หรือ ทำกิจกรรมต่างๆ สัญลักษณ์เหล่านี้จะทำให้การสื่อสารจากตัวเราไปยังบุคคลอื่นทำได้ดีมากขึ้น เข้าใจได้มากขึ้น การออกแบบโลโก้นอกจากความสวยงามแล้วยังต้องคำนึงถึงหลักการอื่นด้วย หลักการหนึ่งน่าสนใจมากนั่นคือ การออกแบบโลโก้ตามหลักฮวงจุ้ย มีรายละเอียดอย่างไร

เรียบง่ายแต่ทรงพลัง

หากเราสังเกตให้ดี แบรนด์ระดับโลกมักจะมีออกแบบให้เรียบง่าย เข้าใจง่ายไว้ก่อน เพื่อสื่อสารกับลูกค้าได้ง่ายยิ่งขึ้น อาจจะใช้สัญลักษณ์เพื่อสื่อถึงสินค้านั้นด้วย อย่างแบรนด์ แอปเปิ้ล หรือ เป๊บซี่ ที่ออกแบบไม่มีอะไรซับซ้อนเลย แต่เราดูรู้เลยว่ามันคือยี่ห้ออะไรซึ่งมันทรงพลังมากกว่า กลับกันแบรนด์ที่ออกแบบให้ซับซ้อน จะทำให้ดูเข้าใจยากจนพาลไม่สนใจผลิตภัณฑ์นั้นไปเลย

ฮวงจุ้ยของธาตุ

หลักการข้อต่อไปของฮวงจุ้ยและการออกแบบโลโก้ นั่นคือ เรื่องของธาตุ หมายถึง ลักษณะของธุรกิจเกี่ยวข้องกับอะไร ธาตุแบบไหนจะเป็นตัวบอก อย่างเช่น ธุรกิจเกี่ยวกับน้ำ อาจจะต้องเลือกใช้โทนสีฟ้า หรือ รูปน้ำเข้าไปในโลโก้นั้นเพื่อสื่อถึงธาตุให้มากขึ้น แต่ถ้าหากเราไม่แน่ใจว่าธุรกิจของเราเกี่ยวข้องกับธาตุไหนเป็นหลักอาจจะต้องปรึกษาผู้รู้หรือซินแสเพื่อฟันธง อีกทางเลือกหนึ่งก็ให้ใช้ธาตุเป็นกลางอย่างธาตุดินไปก่อน

อีกหนึ่งความเชื่อเรื่องธาตุกับแบรนด์ก็คือ เราสามารถนำปีเกิดของผู้ผลิตแบรนด์ดังกล่าวมาเป็นตัวตั้งในการเลือกธาตุได้เช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น เจ้าของธุรกิจเกิดปีหนู ก็คือธาตุน้ำ คนเกิดปีไก่ ก็คือธาตุทอง เป็นต้น จากนั้นก็เอาธาตุดังกล่าวมาเป็นตัวตั้งในการออกแบบ เลือกสี พื้นหลังก็ได้เช่นกัน

ธาตุกับรูปทรง

ธาตุเจ้าของธุรกิจมีผลอย่างมากต่อการออกแบบโลโก้ รูปทรงกับธาตุมีความสัมพันธ์กันด้วย ธาตุดินจะต้องออกแบบให้โลโก้เป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส สี่เหลี่ยมลูกเต๋า ธาตุทองต้องเป็นทรงกลม วงกลม ธาตุน้ำจะต้องเป็นเกลียวคลื่น ครึ่งวงกลม ธาตุไม้คู่กับสี่เหลี่ยมผืนผ้า ธาตุไฟเกี่ยวกับรูปปลายแหลม สามเหลี่ยม ห้าเหลี่ยม เป็นต้น

ตัวเลข

อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญของการออกแบบโลโก้ นั่นคือ ตัวเลข สิ่งนี้มีส่วนเช่นกัน หลายคนอาจจะมีความเชื่อเรื่องเลข 8 เลข 9 จะเป็นพลังทางด้านบวก ซึ่งก็เป็นความจริง แต่หากเราไม่สามารถเอาเลขดังกล่าวลงมาไว้ในโลโก้ได้ เราอาจจะใช้การแสดงสัญลักษณ์แทนได้เช่น จำนวนเส้น จำนวนจุดในสัญลักษณ์ ก็ซ่อนคมได้ดีเช่นกัน

การออกแบบโลโก้หรือสัญลักษณ์นั้น การนำหลักฮวงจุ้ยมาใช้จะต้องหยิบมาใช้อย่างพอดี ความยากจุดนี้ก็คือ เราจะทำยังไงให้โลโก้ออกมาสวย สะดุดตา จำง่าย และสอดแทรกฮวงจุ้ยเพื่อเสริมพลังได้อย่างแนบเนียนที่สุด

BlendTool_in_Illustration

Blend Tool ตัวช่วยในการออกแบบกราฟฟิก

BlendTool_in_Illustration

งานออกแบบกราฟฟิกดีไซน์นั้นเป็นงานที่ไม่ได้มีกฎอะไรตายตัว หากใครติดตามเรื่องนี้ตลอดจะเห็นว่ามีการสร้างลูกเล่นใหม่ๆกันอยู่เสมอ กราฟฟิกบางลายเราอาจจะเคยทำแบบเดิมมันยากและเสียเวลาอย่างมาก แต่พอปรับเครื่องมือเสียใหม่ก็ทำออกมาได้อย่างรวดเร็ว อย่างเช่น Blend tool เครื่องมือช่วยในการทำกราฟฟิกของเราวันนี้มันทำอะไรได้บ้าง

ความหมายของ blend tool

เครื่องมือตัวนี้ ความสามารถของมันก็คือ การไล่ระดับจากวัตถุหนึ่งไปยังวัตถุหนึ่ง ยกตัวอย่างเช่น เราตั้งวัตถุไว้สองตัว หากเราใช้เครื่องมือนี้ มันจะแสดงผลการเปลี่ยนแปลงทีละน้อยจากวัตถุแรกไปยังวัตถุปลายทาง การประมวลผลแบบนี้ทำให้เราสามารถนำมาสร้างเป็นลูกเล่นได้มากมาย

ไล่ระดับสี

เวลาเราต้องการจะสร้างวัตถุต่อเนื่องกันเพื่อไล่ระดับสี เดิมเราต้องสร้างทีละวัตถุจากนั้นก็กดเติมสีเพื่อไล่ระดับไปเรื่อยๆ จนถึงวัตถุสุดท้ายที่ต้องการ วิธีนี้ข้อเสียคือมันช้ามาก เราต้องมานั่งผสมสีเองเพื่อให้มันไลไปตามโทนสีนั้นจริง หากผสมสีโดดเกินไปก็ไม่สวยอีก หากทำสัก 5 วัตถุก็ไม่เท่าไร แต่หากทำสัก 10-15 วัตถุนี้การไล่ระดับสีก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนะ เรื่องมันจะไม่ยากหากเราใช้ Blend tool มันจะทำหน้าที่ไล่ระดับสีให้เราเองโดยอัตโนมัติเลย ตั้งแต่สีอ่อนไปถึงสีเข้ม หรือใครจะไล่ระดับสีต่างคู่กันอย่าง สีเขียว และสีแดง มันก็ไล่ระดับให้อย่างสวยงามจะทำกี่วัตถุก็กดได้ตามต้องการ เร็วกว่าเยอะ

ไล่ระดับการเปลี่ยนแปลง

ลูกเล่นกราฟฟิกต่อไป น่าสนใจดีทีเดียว นั่นคือการไล่ระดับความเปลี่ยนแปลงของวัตถุ ยกตัวอย่างอย่าง เช่น เราตั้งวัตถุตัวแรกเป็นรูปสามเหลี่ยม วัตถุปลายทางเป็นรูปห้าเหลี่ยม เมื่อเราใส่คำสั่ง Blend tool ลงไปจะทำให้เกิดภาพวัตถุระหว่างทางที่จะค่อยๆ เปลี่ยนแปลงจากรูปสามเหลี่ยม ไปเป็นห้าเหลี่ยม มันจะดูแปลกตาดี ยิ่งมาบวกกับเรื่องสีด้วย ทำให้เกิดงานกราฟฟิกไล่ระดับสีที่สวยงามแปลกตาดึงดูดความสนใจงาน

ไล่ระดับลายเส้น

จุดแข็งของ Blend tool อีกอันหนึ่งก็คือ การไล่ระดับลายเส้น กล่าวคือ ใครที่ชอบงานกราฟฟิกสายลายเส้นต้องเคยทำการวาดเส้นตรง หรือ เส้นโค้ง ซ้อนกันหลายเส้นใช่ไหม แม้ว่ามันจะสวยแต่การไล่ก็อปปี้เพื่อทำกราฟฟิกนี้ ทำให้ลายตาได้ หากใช้ Blend tool ทุกอย่างจบเลย เราสามารถสร้างเส้นที่มีช่องห่างระยะเท่ากันระหว่างสองเส้นได้เลย เราเคยเห็นงานกราฟฟิคที่มีเส้นเรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบหรือเปล่า นั่นแหละคือผลงานของ Blend tool

เครื่องมือ Blend tool เป็นอีกหนึ่งเมนูสำคัญเพื่อสร้างกราฟฟิกดีไซน์ของตัวเองออกมา ใครยังไม่เคยทำแนะนำว่าให้ไปหาคลิปสอนเครื่องมือตัวนี้มาทำกัน รับรองว่าเปิดโลกทัศน์งานกราฟฟิกได้เยอะ

graffiti_in_public

กราฟฟิตี้ที่สาธารณะเส้นบางๆ ระหว่าง ‘ศิลปะ’ หรือ ‘อาชญากรรม’?

graffiti_in_public

ศิลปะบนกำแพงหรือที่เรียกกันว่า กราฟฟิตี้นั้นเป็นศิลปะอีกแขนงหนึ่งที่มีข้อถกเถียงกันหนาหูมากเลยว่า ตกลงการแสดงออกทางความคิดด้วยศิลปะวิธีนี้มันเป็นศิลปะ หรือ มันเป็นอันตราย เป็นภัยคุกคามกันแน่ อย่างล่าสุดมีการพ่นสีกราฟฟิตี้ล้อเลียนเหตุการณ์เกี่ยวกับนาฬิกาเรือนหนึ่ง ทำให้เรื่องนี้ถูกหยิบมาพูดอีก

กราฟฟิตี้ ศิลปะแบบกองโจร

ต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่า กราฟฟิตี้ คืออะไร มันคือการแสดงออกทางความคิดโดยใช้ศิลปะรูปแบบหนึ่ง มักจะใช้สีพ่นไปบนกำแพง หรือ พื้นที่อะไรสักอย่างเพื่อแสดงสิ่งที่อยู่ข้างในออกมาก ซึ่งการพ่นแต่ละครั้งมักจะต้องแอบ เล็ดรอด ฝ่าฝืนข้อห้ามบางอย่างเพื่อเข้าไป (คล้ายกับกองโจร) หากไม่นับพวกข้อความเชิงลบ(ข้อความด่าทอ) การทำกราฟฟิตี้จะเป็นออกมาเป็นภาพสวยงาม หรือ การเล่นฟอนต์ผสมลวดลายอย่างลงตัว กราฟฟิตี้บางชิ้นจะกลายเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างผลงานศิลปะสายสตรีทอีกด้วย

กราฟฟิตี้ผิดข้อกฎหมายอะไร

ด้านกฎหมายเกี่ยวข้องกับการเข้าไปทำกราฟฟิตี้ผิดอยู่สองอย่าง หนึ่งคือการเข้าไปทำลายทรัพย์สินสาธารณะอย่างกำแพง ความผิดตรงนี้อาจจะไม่ผิดเท่าไรหากเป็นกำแพงทั่วไป บ้านคน แต่หากเป็นกำแพงสถานที่สำคัญอย่างวัดอารามหลวง สถานที่ราชการ ก็ถือว่าเป็นการกระทำที่ร้ายแรงเหมือนกัน สองการบุกรุก ข้อนี้ก็สำคัญเหมือนกัน นักพ่นกราฟฟิตี้หากไปขอพ่นเชื่อเลยว่าคงไม่มีใครอนุญาตจึงต้องทำการบุกรุกแอบเข้าไปทำ ความผิดข้อนี้ถือว่าสำคัญอย่างมาก เพราะมันเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยด้วย

การปรามเพื่อป้องกัน

จะเห็นว่าจริงๆแล้วการทำกราฟฟิตี้ไม่ได้เป็นเรื่องผิดกฎหมายอะไรเลย หากนักพ่นไปทำในสถานที่ และเวลาที่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของพื้นที่ แต่ที่ตำรวจต้องปรามการทำแบบนี้ก็เพื่อป้องกันพฤติกรรมเลียนแบบจนทำให้เกิดการบุกรุกเข้าไปทำลายทรัพย์สินของคนอื่น แม้กราฟฟิตี้จะสวยแต่คงไม่มีใครอยากให้มีบนกำแพงบ้านตัวเองหรอกจริงไหม

ผลงานสะท้อนสังคม

แต่ที่รัฐมักจะมองว่ากราฟฟิตี้พวกนี้มีอันตราย ไม่ได้มาจากการทำกราฟฟิตี้หรอก แต่มาจากภาพของการพ่นกราฟฟิตี้แต่ละครั้งมากกว่า เนื่องจากนักพ่นกราฟฟิตี้บางคนก็เป็นนักศิลปะสายการเมืองด้วย บางภาพพวกเค้าสะท้อนผลงานของรัฐบาล สะท้อนสังคมได้เสียดสี จิกกัด จนคนในภาพอาจจะสะดุ้งไปตามๆ กัน ภาพเหล่านั้นเป็นเหมือนกระบอกสะท้อนสังคมว่า ยังมีคนไม่เห็นด้วยในเรื่องนั้นอยู่ ภาพเหล่านี้อาจจะไปสะกิดให้เกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่างก็เป็นได้ แน่นอนว่ามันเป็นสิ่งที่บางคนไม่อยากให้เกิดจนทำให้ต้องตามควบคุมนักพ่นกราฟฟิตี้หลังจากที่สร้างผลงานไม่เข้าตาพวกเค้าเอาไว้นั่นเอง

GRAPHIC_DESIGN_Importance

กราฟิกดีไซน์สำคัญกับเราตรงไหนบ้าง

GRAPHIC_DESIGN_Importance

ความสำคัญของ กราฟิกดีไซน์กับตัวเรา

งานกราฟฟิคดีไซน์เป็นเรื่องที่ใกล้ตัวเราอย่างมากในยุค 4.0 แบบนี้เนื่องจากเราใช้ชีวิตประจำวันเกี่ยวข้องกับเครื่องมือสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์มากมาย นั่นทำให้งานกราฟฟิคดีไซน์ขยับเข้ามาใกล้เราจนอยู่คู่กับเราไปแบบไม่รู้ตัว หลายคนอาจจะบอกว่าไม่จริงแต่เราจะมาขยายความให้คุณดูว่างานกราฟฟิคดีไซน์สำคัญกับเราตรงไหนบ้าง

กราฟิกมีผลต่อการตัดสินใจ

เรื่องแรกที่สำคัญมาก คือ กราฟฟิคมีผลต่อการตัดสินใจอย่างมาก เชื่อว่าหลายคนต้องเคยอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องถูกประเมินกันมาบ้าง ไม่ว่าจะเป็นการประเมินผลงานตัวเองต่อผู้บริหาร หรือ การนำเสนองานต่อลูกค้า ภาวะเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจแบบนี้ งานกราฟฟิคมีผลอย่างมากความสวยงามจะดึงดูดให้การตัดสินใจของฝ่ายตรงข้ามออกมาเป็นบวกกับตัวเรา

กราฟิกแสดงตัวตนได้

การนำเสนอชิ้นงานไม่ว่าจะเป็นภาพนิ่ง หรือ ภาพเคลื่อนไหว งานกราฟฟิคประกอบจะสามารถแสดงตัวตนของชิ้นงาน หรือ ของคนทำได้เป็นอย่างดี คนไหนชอบงานสไตล์วิบวับแวววาว คนไหนชอบแบบเรียบง่าย คนไหนกราฟฟิคลายเส้น ลายตาราง คนไหนชอบกราฟฟิคเน้นภาพ ดูจากงานกราฟฟิคของเค้าก็พอจะบอกได้อยู่ บางคนสามารถทำงานกราฟฟิคตามแนวความคิดของลูกค้าได้ด้วยอันนี้คือเจ๋งจริง

กราฟิกมีผลต่ออารมณ์

งานกราฟฟิคมีผลต่ออารมณ์ผู้ที่ประสบต่องานนั้นด้วย ไม่ต้องดูอื่นไกล ทำไมเรารู้สึกมีอารมณ์ร่วมไปกับเกมที่มีกราฟฟิคเสมือนจริงได้ล่ะ ทั้งๆ ที่มันไม่ได้เข้าไปอยู่ในโลกนั้นสักหน่อย บางครั้งเรารู้สึกเหนื่อยล้าพอมาดูงานกราฟฟิคที่เกี่ยวข้องกับป่าไม้ น้ำตก ทะเล สีเขียว ของเหล่านี้ก็ทำให้อารมณ์เราผ่อนคลายลงไปได้อย่างไม่น่าเชื่อ

กราฟิกสื่อสารได้ดีกว่า

เราคงจะรู้จักการนำเสนองานที่ชื่อว่า อินโฟกราฟฟิค กันมาบ้าง มันคือการสรุปข้อมูลออกมาในรูปของภาพ แผนภูมิ และการเชื่อมโยงต่างๆ อินโฟกราฟฟิคเหล่านี้ส่งผลต่อการสื่อสารเป็นอย่างมาก มันจะทำให้ผู้รับสารเข้าใจได้ตั้งแต่แรกเห็นเลยว่า ข้อมูลนั้นมีลักษณะอย่างไร อันไหนมากกว่า อันไหนน้อย อันไหนเน้น อันไหนอยู่กลุ่มไหน กราฟฟิคจะสื่อสารข้อมูลให้เข้าใจได้ดีมากขึ้น

กราฟิกกับงานออฟไลน์

งานกราฟฟิคดีไซน์ไม่ได้มีแต่ผลงานบนโลกออนไลน์เท่านั้น งานกลุ่มนี้ยังมีผลต่องานออฟไลน์ หรือ โลกความเป็นจริงด้วย อย่างเช่น ป้ายไวนิลตามร้านค้าตั้งแต่รถเข็น จนถึงร้านอาหารต่างก็ใช้กราฟฟิคดีไซน์มาช่วยทั้งนั้น การทำป้ายประกาศในองค์กร การทำผังองค์กร หรือ ทำแผ่นพับประชาสัมพันธ์ก็ต้องใช้กราฟฟิคดดีไซน์มาช่วยทั้งนั้น เห็นไหมว่างานกราฟฟิคดีไซน์สำคัญต่อเรามากจริงๆ

Logo-Design-Inspiration-2018-recommend

วิธีหาแรงบันดาลใจในการออกแบบโลโก้

Logo-Design-Inspiration-2018-recommend

การสร้างงานชิ้นใหม่ที่ต้องใช้ความคิดเยอะๆ แบบการออกแบบโลโก้ เรื่องของการหาแรงบันดาลใจนับเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก การทำงานประเภทนี้หัวใจหลักก็คือคนทำทุกคนต้องการให้ออกมาดีที่สุดเนื่องจากโลโก้เปรียบได้กับตัวแทนขององค์กรนั้นๆ ถ้าหากโลโก้ดีหมายถึงองค์กรก็ถูกจดจำได้ง่ายมากขึ้น บางครั้งเราจะเห็นโลโก้บางอย่างใช้งานกันข้ามทศวรรษยังมี ดังนั้นการพยายามหาแรงบันดาลใจเกี่ยวกับการออกแบบจึงถือว่าสำคัญมากๆ วิธีหาแรงบันดาลใจในการออกแบบโลโก้เราจึงสามารถทำได้ ดังนี้

วิธีสำหรับการหาแรงบันดาลใจในการออกแบบโลโก้

  1. การค้นหาบนโลกอินเตอร์เน็ต – ทุกวันนี้อินเตอร์เน็ตกลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิตคนเราไปเรียบร้อยแล้ว เราสามารถเปิดโลกกว้างได้ง่ายๆ เพียงแค่กดเข้าไปยังเว็บไซต์ต่างๆ นั่นหมายถึงว่าเราสามารถหาแรงบันดาลใจในการทำโลโก้ดีๆ บนโลกออนไลน์ได้มากมาย แต่สิ่งสำคัญคือต้องไม่ใช่การก็อปปี้เด็ดขาด
  2. สอบถามไอเดียจากผู้จ้างให้เคลียร์ – ผู้จ้างให้ออกแบบโลโก้คือคนที่จะมีแนวความคิดเกี่ยวกับโลโก้นั้นๆ อยู่ในหัวมากที่สุด การสอบถามไอเดียหรือจุดประสงค์ของโลโก้ว่าต้องการให้เป็นเช่นไรจะช่วยให้เราค้นหาแรงบันดาลใจสำหรับการสร้างงานออกมาได้ดีแถมยังตรงกับความต้องการของผู้จ้างอีกด้วย
  3. มองสิ่งรอบตัวให้มากๆ – หลายคนคิดไอเดียการออกแบบโลโก้ดีๆ ได้จากการพบเจอสิ่งต่างๆ รอบตัว เช่น ผลไม้, อาหาร, สัตว์ เป็นต้น เมื่อนำมาบวกรวมกับสิ่งที่ลูกค้าบรีฟงานมาให้มันดันเข้ากันได้อย่างพอดิบพอดี การมองไปรอบๆ ตัวเพื่อสร้างแรงบันดาลใจจึงเป็นอีกทีเด็ดสำคัญในการออกแบบโลโก้
  4. ลองใช้ไอเดียเก่าๆ ที่ลูกค้าไม่อนุมัติมาคิดเพิ่ม – นักออกแบบโลโก้ทุกคนคงต้องเคยส่งงานแล้วโดนลูกค้าปฏิเสธกลับมาแน่นอน หากเรายังคิดไม่ออกว่าจะใช้ไอเดียในการออกแบบอย่างไรลองเอาแนวคิดเก่าๆ เหล่านั้นมานั่งมองพร้อมสร้างแรงบันดาลใจไปด้วยจะทำให้คิดงานใหม่ออกได้ง่ายมากขึ้นกว่าเดิมเยอะเลย
  5. การพูดคุยกับผู้อื่น – หากสมองเรายังตันเรื่องการหาแรงบันดาลใจในการออกแบบโลโก้ยังไงให้โดน ลองเอาเรื่องเหล่านี้ไปพูดคุยกับคนสนิทๆ ของเรา เช่น เพื่อน, พ่อแม่, ญาติพี่น้อง, แฟน ฯลฯ บางทีคนเหล่านี้อาจนำเสนอไอเดียที่เราคาดไม่ถึงจนเก็บมาทำงานให้ผ่านได้ด้วยดีชนิดไม่มีแก้อีกต่างหาก

การสร้างแรงบันดาลใจสำหรับงานออกแบบโลโก้จะว่ายากมันก็ยากจะง่ายมันก็ไม่เชิง ขึ้นอยู่กับจังหวะและปัจจัยหลายด้าน แต่การนำเอาแนวทางเหล่านี้ไปสร้างแรงบันดาลใจถือว่าช่วยได้เหมือนกัน

colour

เทรนด์สีในการออกแบบ 4 สีประจำปี 2018/2019

แต่ละปีมักมีเทรนด์เรื่องต่างๆ เกิดขึ้นตลอดเวลาขึ้นอยู่กับว่าเรื่องราวเหล่านั้นเกี่ยวข้องกับอะไร เรื่องของเทรนด์สีเองในทุกๆ ปีใครที่คร่ำหวอดในวงการนี้คงไม่แปลกหากจะรอคอยว่าเทรนด์สีมาใหม่คือสีอะไร สำหรับปี 2018/2019 นี้ด้านของนิปปอนเพนต์ได้มีการประกาศโทนสีจากการร่วมกันของบรรดานักออกแบบกว่า 60 ชีวิตทั่วเอเชีย และ Color Hive คัลเลอร์ฟอร์แคสเตอร์ ลอนดอน อังกฤษ ก็ช่วยกันระดมความคิดเต็มที่ โดยเทรนด์สี 2018/2019 จะประกอบไปด้วย 4 สี

เทรนด์ 4 สีในการออกแบบประจำปี 2018/2019

Nippon-Paint-Trend-Beyond-Colour

  1. Transient Glow – นี่คือโทนสีแห่งจินตนาการบวกกับความเหนือจริงของสีสันแสนสะดุดตา ทุกสีในโทนนี้เน้นการสร้างความเคลื่อนไหวที่แอบซ่อนอยู่เพื่อต้องการดึงผู้พบเห็นทุกคนให้ลองมาค้นหาด้วยตาของตนเอง มีความซ้อนทับความโปร่งใส มีการตกกระทบของแสงแปรเปลี่ยนเป็นโทนสีอันน่าสนใจ พอนำโทนสีที่ได้มาผสมผสานกับงานออกแบบต่างๆ จึงก่อให้เกิดผลงานสุดหลงใหล ให้ความรู้สึกด้านบวก กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ต่อคนที่ได้เห็นอย่างดีเยี่ยม
  2. Conscious Being – ยุคนี้คือยุคแห่งเทคโนโลยีขนานแท้ มนุษย์กับหุ่นยนต์เริ่มจะใกล้กันมากไปทุกที วิวัฒนาการหรือความตื่นเต้นจากธรรมชาติค่อยๆ เข้ามาแทนที่ สิ่งต่างๆ ที่กล่าวทั้งหมดก่อให้เกิดโทนสีซึ่งแทนตัวผู้คนในยุคดิจิตอลได้อย่างยอดเยี่ยม เป็นโทนสีเมื่อใครได้พบเจอต้องสัมผัสได้ถึงพลังของอนาคตมาพร้อมความรู้สึกสุขุม แต่ก็ยังคงให้ความรู้สึกน่าตื่นเต้นและคาดไม่ถึงได้เหมือนกัน
  3. Essential Balance – เป็นโทนสีเน้นความรู้สึกแสนสงบซึ่งคนในเมืองจำนวนมากต่างต้องการพบเจอกับความรู้สึกแบบนี้ เน้นความเรียบง่ายผสมผสานกับอารมณ์จากธรรมชาติได้แบบลงตัวนั่นคือตัวแทนของเทรนด์สีประเภทนี้ คนที่พบเห็นจะสัมผัสได้ถึงความหรูหรา สมดุล อบอุ่น แถมยังรู้สึกถึงพลังที่ตนเองกำลังได้รับเพื่อฟื้นฟูสภาพต่างๆ ภายในร่างกายและจิตใจจากมองเห็นเทรนด์สีนี้ด้วย
  4. Seeking Adventure – เป็นโทนสีสร้างประสบการณ์ด้านการผจญภัยให้กับทุกๆ คนที่พบเจอ ทุกสีของเทรนด์นี้จะเน้นเรื่องความน่าตื่นเต้นต่อการผจญภัยในทุกด้าน อาทิ สีน้ำเงินเข้มจากใต้ท้องทะเลลึก นอกจากจะรู้สึกว่ามันน่าสนใจแล้วยังช่วยให้รู้สึกถึงการผจญภัยใต้ท้องทะเล หรือสีแดงสีแห่งการผจญภัยแต่ละเฉดนับเป็นตัวกระตุ้นอารมณ์ด้านความน่าตื่นเต้นของร่างกาย ดูสะดุดตาทุกครั้งที่พบเจอ

นี่เป็นโทนสีของเทรนด์ปี 2018/2019 ซึ่งจะช่วยให้นักออกแบบทุกคนได้มุมมองความคิดใหม่ๆ ในการนำไปสร้างงานต่อได้อย่างแน่นอน รับรองว่าหลายคนมีโอกาสได้เดินออกมาจากภาพเดิมของตนเอง

fire Photoshop

การแต่งภาพกราฟิกให้มีเปลวไฟ ใน Photoshop

fire Photoshop

โปรแกรมแต่งภาพอย่าง Photoshop ถือเป็นโปรแกรมพื้นฐานที่คนทำงานกราฟิกทุกคนต้องรู้จักกันอย่างดี แต่คำว่ารู้จักในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะสามารถทำงานออกมาได้ในทุกรูปแบบเสมอไป มันขึ้นอยู่กับการเรียนรู้ของแต่ละบุคคลว่ามีความเชี่ยวชาญ ถนัดในด้านการตกแต่งภาพประเภทไหนเพื่อให้งานออกมาในสไตล์ของตนเองมากที่สุด ใครก็ตามหากกำลังมองหาวิธีแต่งภาพกราฟิกให้เกิดเป็นรูปเปลวไฟในโปรแกรม Photoshop ลองมาศึกษาการทำดูเผื่อเอาไว้ใช้เป็นไอเดียดีๆ ในการทำงานกันต่อไป

วิธีแต่งภาพกราฟิกให้มีเปลวไฟใน Photoshop

  1. ให้เลือกสร้างไฟล์ใหม่ขึ้นมาจะเป็นขนาดใดก็ได้ตามแต่คนทำเป็นผู้กำหนด ภาพที่ใช้ก็คือภาพที่ต้องการให้แต่งเป็นรูปเปลวไฟ
  2. ใส่ Fill สีดำเพื่อทำให้พื้นกลายเป็นสีดำ ทำการสร้าง Layer ใหม่ขึ้นมาจากนั้นเลือกไปตรงอุปกรณ์ชื่อ Piantbrushes หรือแปรงพู่กัน กดมาที่ Window – Show Brushes
  3. ให้เลือกหัวแปลงวงกลมที่เป็นตัวเบลอ ให้ทำการวาดเป็นรูปต่างๆ แต่ต้องมีการกำหนด Foregrund ให้เป็นสีขาวด้วย
  4. เมื่อทำจนเสร็จให้ดึงกลับมาใส่ใน Layer 1 เลือกตรง Image – Rotate Canvas – 90? CW พอ Layer เกิดการพลิกแล้วให้มายัง Filter – Stylize – Wind เลือกปรับค่า Method = Wind Direction = From the right
  5. เมื่อทำตามขั้นตอน 4 เรียบร้อยให้นำ Layer 1 พลิกกลับเหมือนเดิมโดยการกด Image – Rotate Canvas – 90? CW
  6. สร้าง Layer 1 ให้เหมือนกับว่ามีความบิดเบี้ยวคล้ายเปลวไฟที่ลุกโชติช่วงออกมากดเลือก Filter – Distort – Ripple ทำการปรับค่า Amount = 100 Size = Medium เมื่อทำเสร็จสิ้นจะเป็นเหมือนว่าภาพมีเปลวไฟออกมาให้ได้รู้สึก
  7. สำหรับความต้องการให้เหมือนว่ามีเปลวไฟมากขึ้นกว่าเดิมจริงๆ ให้กดเลือกมายัง
  • Image – Mond – Grayscale ทำการ Flatten คือการรวม Layer
  • Image – Mond – Indexed Color
  • Image – Mond – Color Table, Table = Black Body

เมื่อทำทุกขั้นตอนเสร็จสิ้นแล้วภาพเปลวไฟตามต้องการด้วยขั้นตอนการทำจากโปรแกรมอย่าง Photoshop ก็สำเร็จเสร็จสิ้นอย่างไม่ยากเย็นคนที่มีพื้นฐานการใช้งานโปรแกรมนี้อยู่แล้วจึงไม่น่ามีปัญหาเมื่อได้ศึกษาอย่างเข้าใจ

ตอนนี้การทำภาพออกมาให้มีลักษณะเป็นเปลวไฟกำลังได้รับความนิยม เป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมากโดยเฉพาะบรรดาเสื้อผ้าลายไฟทั้งหลาย ใครยังไม่มีความรู้เรื่องการทำเปลวไฟแบบง่ายๆ ด้วย Photoshop ก็สามารถเรียนรู้ผ่านขั้นตอนต่างๆ ที่ได้อธิบายไว้ได้อย่างง่ายดาย แล้วการทำเปลวไฟของคุณจะเป็นเรื่องสบายมือแบบไม่ต้องคิดมากแถมยังได้มีโอกาสสร้างความรู้ใหม่ๆ ขึ้นอีกหลายเท่าจากสิ่งเดิมที่ตนเองมีอยู่

Dispersion-effect-photoshop

การแต่งภาพกราฟิกแบบ DISPERSION

Dispersion-effect-photoshop
การแต่งภาพงานกราฟิกเปรียบเสมือนลูกเล่นอันแสนสนุกสนานของนักทำงานทุกคน ยิ่งมีการสร้างลูกเล่นใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นกับตนเองได้มากเท่าไหร่มันยิ่งเหมือนเป็นการช่วยให้สร้างความรู้ ประสบการณ์การทำงานให้กับตนเองมากขึ้นเท่านั้น สำหรับใครยังคงต้องการความรู้เกี่ยวกับการแต่งภาพกราฟิกแบบ DISPERSION สามารถเข้ามาหาข้อมูลได้เลย แต่ก่อนอื่นขอทำความเข้าใจกับการแต่งภาพแบบนี้กันก่อน

การแต่งภาพกราฟิกแบบ DISPERSION คืออะไร

จริงแล้ว DISPERSION ถือเป็นเอฟเฟคชนิดหนึ่งที่สร้างสรรค์รูปออกมาให้เป็นเหมือนควันแบบเดียวกับหมอกควันที่ลอยฟุ้ง ไม่ก็การทำตัวเนื้องานให้แหลกสลายกลายเป็นฝุ่นควันไป การทำ DISPERSION ส่วนใหญ่แล้วเราจะเลือกทำผ่าน Adobe Photoshop และจะขอแนะนำวิธีการทำกราฟิกแบบ DISPERSION ผ่าน Photoshop Cs 6 ให้ได้เข้าใจกันง่ายๆ

  1. เลือกเปิดไฟล์รูปภาพต้องการทำ DISPERSION ขึ้นมา ใช้คำสั่ง File Open คัดลอกเลเยอร์พื้นหลัง เพื่อให้ได้ Background Copy เพิ่มขึ้นมาในส่วนของเลเยอร์
  2. สร้างเลเยอร์ Background Copy 2 ขึ้นมาอีกอัน คลิกเลเยอร์ Background Copy เลือก Lasso Tool ลากเส้นรอบรูปต้องการแต่ง
  3. คลิกขวาคำสั่ง Fill ตั้งค่า Content Use : Content Aware Mode : Normal Opacity : 100% กด OK คลิกซ่อนปิดเลเยอร์ Background Copy 2 คลิก Lasso Tool อีกครั้ง
  4. กดเปิดตาที่ Background Copy 2 แล้วเลือกเมาส์มาวางยังตำแหน่ง Background Copy 2 กด Quick Selection Tool เลือกพื้นที่โดยรอบวัตถุ
  5. เลือก Refine Edge เพื่อปรับแต่งขอบเมื่อเรียบร้อยกด OK คลิกขวาเลือก Layer Via Copy คัดลอกงานมายังเลเยอร์ 1
  6. เลือกเลเยอร์ 1 คลิกขวาตรง Duplicate Layer กด OK ทำการคัดลอกเลเยอร์ 1 โดยเลื่อนมายังเลเยอร์ 1 แล้วใช้ Move Tool ในการย้ายวัตถุ
  7. เลือก Filter ใน Menu Bar กด Luquify ปรับ Brush Size ให้สูงเกิน 500 ขึ้นไป จากนั้นปรับภาพความพลิ้วไหวตามใจชอบเสร็จกด OK
  8. คลิกเลเยอร์ 1 ตามด้วย Add Layer Mask ทำการ Set Background Color ด้วยการเลือกสีดำ ใช้ Paint Bucket Tool เทสีพื้นหลัง ทำให้พื้นเป็นสีดำใน Layer Mask
  9. กด Layer 1 Copy เลือก Add Layer Mask กด Set Background Color สีดำ เลือก Paint Brush Tool กดเลือกขนาดพู่กันตามต้องการของควันด้วยการเปิด Panel Brush แล้วเลือก Brush Tip Shap ทำการปรับแต่งรูปทรง ทิศทางหัวแปรง ปรับขนาด ลายเส้น ให้เหมือนควันลอยในอากาศ ปิดตาที่ Background Copy 2 เพื่อซ่อนเลเยอร์ ขณะปรับแต่ง
  10. เลื่อนเมาส์คลิก Layer 1 Mask เปลี่ยนสี Set Foreground Color ให้เป็นสีขาว ใช้ Paint Brush Tool แต่งภาพควันเท่านี้ก็ได้ภาพตามต้องการแล้ว

ขั้นตอนอาจจะซับซ้อนไปบ้างแต่เชื่อว่าถ้าหัดทำกันบ่อยๆ มันไม่ใช่เรื่องยากแน่นอนแถมยังได้เทคนิคใหม่ๆ สำหรับการทำงานกราฟิกอีกด้วย ใครสนใจลองเอาไปใช้กันได้เลยรับรองโดนใจ

Adobe-Flash-Player-Progarm

รีวิวโปรแกรมสร้างการ์ตูนแอนิเมชัน Adobe Flash

Adobe-Flash-Player-Progarm

การสร้างงานการ์ตูนประเภทแอนิเมชันถือว่าเป็นการทำงานประเภทหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบันนี้ ส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่าการทำการ์ตูนแอนิเมชันเป็นเรื่องที่ง่ายกว่าสมัยก่อนมากเนื่องจากสมัยนี้มีโปรแกรมต่างๆ ที่ช่วยทำให้งานด้านแอนิเมชันเป็นเรื่องง่ายขึ้นเยอะ ส่วนหนึ่งก็คือโปรแกรมเหล่านี้ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบสนองการทำงานให้รวดเร็ว สะดวกสบาย และทันสมัยมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม หนึ่งในโปรแกรมที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในการนำมาสร้างการ์ตูนแอนิเมชันก็คือ Adobe Flash สุดยอดโปรแกรมที่หากใครได้ลองใช้ต่างก็ต้องประทับใจไปกับตัวโปรแกรมอย่างแน่นอน

รีวิว Adobe Flash สุดยอดโปรแกรมสร้างการ์ตูนแอนิเมชันชั้นเยี่ยม

หากคุณคือคนหนึ่งที่รักการวาดการ์ตูน นิยมการสร้างงานแนวแอนิเมชันออกมาสิ่งที่ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่งก็คือโปรแกรมสร้างงานแอนิเมชันชั้นดีที่จะทำให้การสร้างงานของคุณเป็นเรื่องง่ายยิ่งกว่าเดิม โปรแกรมที่ว่านี้ก็คือ Adobe Flash นี่เป็นโปรแกรมที่ถูกพัฒนาขึ้นมาในรูปแบบของ CC ถือว่าเป็นเวอร์ชั่นในชุดของ Adobe Creative Cloud ซึ่งก็คือโปรแกรมสำหรับการสร้างภาพเคลื่อนไหวเป็นโปรแกรมที่นักทำแอนิเมชันต้องเคยใช้งานอย่างแน่นอน หรือแม้แต่คนที่เรียนใกล้เคียงกับด้านนี้ก็ต้องเคยสัมผัสกันมาบ้างไม่มากก็น้อย โปรแกรมดังกล่าวจะมีฟังก์ชั่นหนึ่งที่หากใครเคยใช้ต้องพอได้ยินชื่อมาบ้าง เพราะว่าเป็นฟังก์ชั่นที่ช่วยย่นระยะเวลาการวาดรูปได้เป็นอย่างดี ฟังก์ชั่นที่ว่านี้มีชื่อว่า Shape Tween เป็นฟังก์ชั่นที่ช่วยให้รูปซึ่งเราตั้งเอาไว้เฟรมแรกค่อยๆ กลายเป็นอีกรูปในเฟรมถัดไปที่ได้ใส่เอาไว้ อารมณ์แบบแปลงกันเห็นๆ ไปเลยนี่เอง สามารถเห็นได้จากภาพยนตร์หลายเรื่องที่ทำตัวอักษรตัวหนึ่งให้กลายเป็นอีกตัวหรือว่าเป็นอีกรูปไปเลย ส่วนเรื่องของการใช้งานโปรแกรม Adobe Flash จะสามารถทำงานแบบเฟรมต่อเฟรมที่ต้องยอมรับว่ามีความละเอียดสูงมาก สมมุติว่าใครต้องการสร้างภาพยนตร์เคลื่อนไหวของเด็กขายคนหนึ่งกำลังเดินอยู่จะต้องสร้างกันตั้งแต่แขนซ้าย แขนขวา ขาซ้าย ขาขวา ไปจนถึงทุกๆ สัดส่วนของร่างกายคนๆ หนึ่ง

นอกจากนี้ยังสามารถสร้างเลเยอร์ได้มากกว่าหนึ่งเลเยอร์ภายในผลงานเดียว เช่น เลเยอร์แรกให้เป็นถนนแห่งหนึ่งมีแอ่งน้ำ ต้นไม้ ดอกไม้ข้างทางที่กำลังพัดก็อยู่ ส่วนเลเยอร์สองเป็นเด็กชายกำลังเดิน เลเยอร์สามเป็นท้องฟ้าที่กำลังเคลื่อนตัวไปเรื่อยๆ ทำนองว่าแต่ละเลเยอร์สามารถสร้างผลงานที่เหมือนหรือแตกต่างกันให้เห็นภาพอย่างชัดเจนได้เลย ถือว่าเป็นโปรแกรมที่มีความน่าสนใจและเหมาะสำหรับคนที่กำลังมองหาโปรแกรมเพื่อสร้างงานแอนิเมชันชั้นดีเป็นอย่างมาก หากใครยังหาไม่เจอ Adobe Flash จะเป็นคำตอบชั้นดีให้กับคุณได้อย่างแน่นอน

Graphics_app_free

3 แอพฯ ฟรีที่คนเรียน Graphic Design ควรมีติดเครื่อง

สำหรับคนที่มีความสนใจเรียนเกี่ยวกับกราฟิกดีไซน์หรือคนที่ชื่นชอบการเรียนประเภทออกแบบงานต่างๆ ด้วยคอมพิวเตอร์ นอกจากเรื่องของทักษะ ความคิดสร้างสรรค์ และความสามารถที่ตนเองมีแล้ว ตัวช่วยอย่างโปรแกรมทำงานหรือแอพฯ ต่างๆ ก็เป็นสิ่งสำคัญไม่น้อยในการที่จะทำให้คนเรียนด้านนี้ประสบความสำเร็จ อย่าลืมว่าการทำงานหรือการสร้างงานที่ดีองค์ประกอบทุกอย่างต้องลงตัวเพื่อให้งานออกมาได้เต็มประสิทธิภาพมากที่สุด ดังนั้นการทำงานด้านกราฟิกดีไซน์จึงจำเป็นต้องมีแอพฯ ดีไว้คอยช่วยเหลือ และใครก็ตามที่กำลังเรียนด้านกราฟิกดีไซน์ต้องไม่พลาดกับการใช้งาน 3 แอพฯ นี้และที่สำคัญควรมีติดเครื่องเอาไว้ด้วย

3 แอพฯ ที่คนเรียนกราฟิกดีไซน์ควรมีติดเครื่องเอาไว้ ที่สำคัญฟรีด้วย

  1. Pinterest – สำหรับคนที่พึ่งเริ่มต้นเรียนกราฟิกดีไซน์ใหม่ๆ อาจยังคิดไม่ออกว่าควรเริ่มต้นการออกแบบอย่างไรดี แอพฯ อย่าง Pinterest ถือว่าเป็นแอพฯ รวมชิ้นงานเอาไว้ได้อย่างหลากหลายจากเหล่าบรรดากราฟิกดีไซน์เนอร์ทั่วโลกมาให้ทุกๆ คนได้ดูเอาไว้เป็นแนวคิดดีๆ ช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการทำงานด้านกราฟิกดีไซน์ได้อีกหลายเท่าตัว หากวันไหนคิดงานไม่ออกลองเข้าไปในเว็บนี้ได้เลยรับรองว่าจะได้อะไรดีๆ กลับมาแน่นอน ใครยังไม่มีก็อย่าลืมไปโหลดติดเครื่องกันเอาไว้
  2. Adobe Illustrator Draw – ทางเลือกดีๆ สำหรับการรังสรรค์ผลงานเวทเตอร์ ทาง Adobe ได้มีการสร้างแอพฯ นี้ขึ้นมาเพื่อคนผู้มีความต้องการสร้างงานจากมือถือหรือแท็บเล็ต แม้จะไม่ได้มีความครบครันเหมือนกับตัวที่ใช้งานกันอยู่ในคอมพิวเตอร์ แต่แค่พื้นฐานอย่างการมีหัวบรัชให้เลือก 5 แบบ ก็พอจะทำให้เราสามารถสร้างงานได้ทันทีแบบไม่ต้องกลับไปนั่งทำในคอมพิวเตอร์ ปรับค่าขนาด ความโปร่งแสงของหัวบรัช รองรับการทำงานระบบเลเยอร์ เอารูปจาก Adobe Stoock, Lightroom, Capture CC ให้มาเข้าร่วมด้วยก็ได้ ใช้ Trace, Stamp ให้เป็นเวทเตอร์ใช้งานต่อก็ทำได้แบบสบายๆ ถือเป็นอีกแอพฯ ที่ห้ามพลาดมีเก็บไว้
  3. Adobe Kuler & Colour Reference – Adobe Kuler แอพฯ นี้เป็นแอพฯ บน I-Phone จะช่วยในเรื่องการวิเคราะห์สีของภาพที่ถ่ายออกมาให้เป็น 5 เฉด หรือเลือกภาพในอัลบั้มมาวิเคราะห์ก็ไม่ใช่เรื่องยาก หากได้สีที่ถูกใจเมื่อไหร่ก็บันทึกเก็บไว้ได้เลย หรือต้องการส่งต่อไปยังโปรแกรมอื่นของ Adobe เพื่อทำให้งานออกมาเป็นแนวอื่นต่อก็จัดการได้ ส่วน Colour Reference ก็เป็นแอพฯ ในลักษณะเดียวกันแต่คนที่ใช้งานมือถือประเภทแอนดรอยด์จะสามารถใช้งานแอพฯ นี้ได้อย่างสบายๆ ไม่ต้องคิดมากว่าจะไม่มีใช้